เทคนิคจับจุดอ่อนบาคาร่า เล่นบาคาร่าช่วงไหนได้เงิน ช่วงไหนควรเล่น

 

สำหรับเกมบาคาร่เล่นบาคาร่าช่วงไหนได้เงิน ช่วงไานั้นเป็นหนึ่งในเกมไพ่คาสิโนที่มีผู้นิยมเป็นอันดับ 1 เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเว็บคาสิโนออนไลน์เว็บไหนก็ตามเกมที่ขาดไม่ได้เลยคือบาคาร่า เป็นเกมที่เล่นง่ายจบเกมไว แต่ยังไงก็มีผู้เดิมพันที่พลาดท่าให้กับเกมไพ่นี้ไม่น้อย ดังนั้นจะมีเทคนิคเล่นบาคาร่าอะไรที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการทำเงินได้บ้าง บทความนี้จะมาดูกันว่าจุดอ่อนของบาคาร่านั้นอยู่ตรงไหน แทงอย่างไรจึงจะชนะ และในการวางเดิมพันควรจะ เล่นบาคาร่าช่วงไหนได้เงิน ช่วงไหนไม่ควรเล่นอยากเอาชนะเกมไพ่นี้ตามมาเลยครับ

เล่นบาคาร่าช่วงไหนได้เงิน

บอกก่อนเลยว่าถ้ารู้เรื่องของ จุดอ่อนบาคาร่า เทคนิคการเล่น วิธีอ่านเค้าไพ่ แล้วหละก็จะเล่นบาคาร่าช่วงไหนก็ได้เงินแน่นอน

จุดอ่อนบาคาร่า

ในการเล่นไพ่บาคาร่านั้นจะใช้ไพ่ทั้งหมด 8 สำรับ เรียกว่า ขอนไพ่ รวมแล้วจะมีไพ่ทั้งหมด 416 ใบ ไพ่แต่ละขอนนั้นก็สามารถเล่นได้ 60-70 เกมด้วยกัน หากเราแบ่งเป็น 4 ช่วงจะตกประมาณช่วงละ 104 ใบ เมื่อทำการสังเกตแล้วพบในแต่ละช่วงตอนปลายนั้นถือเป็นจุดอ่อนของไพ่บาคาร่า ช่วงประมาณเกมที่ 15 นั้นมักจะเริ่มเห็นการการเดินไพ่ตายตัวนั่นเอง
ส่วนใหญ่แล้วนักพนันหรือเหล่าเซียนบาคาร่า ช่วงต้นๆของแต่ละขอนไพ่ เนื่องจากช่วงปลายของขอนไพ่จะสามารถคาดเดาไพ่ได้ค่อนข้างยากกว่า และก็จะไม่เลือกเล่นในช่วงเกมที่ 1-5 ของแต่ละช่วงอีกด้วย เพราะเค้าไพ่จะยังไม่ชัดเจนนัก
การสังเกตจุดอ่อนหลักเลย เมื่อไพ่เริ่มเดินตายตัว จะปิดท้ายด้วย เสมอ(Tie) จากนั้นเกมถัดไปก็จะกลับไปออกฝั่งเดิม ทั้งนี้ก็จะต้องรอดูว่าเค้าไพ่ต่อไปคืออะไร

เทคนิคบาคาร่า

ก่อนวางเดิมพันให้ราดูเค้าไพ่ก่อน 3-5 เกม เมื่อสังเกตและพอรู้แล้วว่าเป็นเค้าไพ่อะไรก็ให้วางเดิมพันได้เลย แต่เราจะวาง Tie ติดไปด้วย เช่น แทงเพลเยอร์(Player) + เสมอ(Tie) ให้แทงจะกว่าจะออก Tie ซึ่งหากออกผลเสมอจะได้ถึง 8 เท่าของเงินเดิมพัน
แต่ยังไงก็จะต้องเน้นเงินเดิมพันที่ ฝั่งเจ้ามือ หรือฝั่งผู้เล่นให้มากกว่า เพราะหากยังไม่ถึงตาที่ออกเสมอก็จะได้อัตราตอบแทนมากกว่า
ทั้งนี้ก่อนการเล่นบาคาร่าผู้เดิมพันก็จะต้องเข้าใจว่ามีเค้าไพ่อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนถูกว่ามีโอกาสออกฝั่งไหนมากกว่ากัน

รูปแบบการแทงบาคาร่า

ทายผลว่า ฝั่งผู้เล่น(Player) หรือ ฝั่งเจ้ามือ(Banker) จะมีแต้มมากกว่ากัน โดยสามารถนับแต้มไพ่ได้ดังนี้
K,Q,J และ 10 มีแต้มไพ่ เท่ากับ 0
2-9 นับจำนวนแต้มตามเลขหน้าไพ่
A มีแต้มไพ่ เท่ากับ 1
ตัวอย่างเช่น J + 7 = 7 แต้ม
การทายผลฝั่งผู้เล่น อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1 / ส่วยทายผลฝั่งเจ้ามี อัตราการจ่าย 1:0.95
ทายผลว่า Tie Game ฝั่งเจ้ามือและฝั่งผู้เล่น มีแต้มไพ่เท่ากัน
เนื่องจากโอกาสออกเสมอนั้นมีไม่บ่อยนัก จึงมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:8
ทายผลว่า ฝั่งผู้เล่น(Player Pair) หรือ เจ้ามือ(Banker Pair) ออกไพ่คู่
เป็นการวางเดิมพันว่าฝั่งใดจะมีออกไพ่เหมือนกัน 2 ใบแรก
หากทายถูก อัตราการจ่าย 1:11

จุดอ่อนเค้าไพ่บาคาร่า

1. เค้าไพ่มังกร
เค้าไพ่มังกกร หรือ Dragon เป็นการออกไพ่ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะติดต่อกันหลายเกม
เมื่อดูจากกระดานสถิติจะมีสีของฝั่งนั้นเป็นแนวยาว จึงเป็นที่มาของการเรียกว่า เค้าไพ่มังกร
การวางเดิมพันนั้นเมื่อเจอไพ่ลักษณะนี้ให้แทงตามฝั่งที่ชนะไปเรื่อยๆ ด้วยจำนวนเงินเดิมพันเท่ากันทุกตา หากใช้เทคนิคการแทงทบแล้วเจอจังหวะไพ่เปลี่ยนพอดีจะทำให้เสียเงินเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง
2. เค้าไพ้ปิงปอง
เค้าไพ่ปิงปอง Ping Pong เป็นลักษณะที่ออกผลสลับกันสองฝั่ง
โดยสังเกตจากกระดานสถิติ จะมีการออกสลับสีกันไปมา เมื่อสังเกตเห็นแล้วว่าออกไพ่สลับ 3-4 ตาติดกัน
ในตาถัดไปให้ผู้เดิมพันวางเดิมพันฝั่งตรงข้ามกับตาก่อนหน้าได้เลย และวางสลับไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าไพ่จะเปลี่ยน

บทความนี้พอจะเข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ว่าบาคาร่านั้นก็มีจุดอ่อน และช่องโหว่ให้เราได้สังเกต และเห็นว่าจะเลือกเล่นบาคาร่าช่วงไหนได้เงินใช้ เทคนิคแทงบาคาร่าออนไลน์ แบบไหนในการเดิมพัน สนับสนุนโดย fareastjournals.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.